top of page
  • Writer's pictureBomOlarn

"หมอกควันพิษ ปัญหาใหญ่ต้องร่วมใจแก้"

Updated: Mar 18, 2020


สภาพท้องอากาศเหนือน่านฟ้า "กรุงกัลลาลัมเปอร์, มาเลเซีย" ณ วันที่ 22 กันยายน 2562 เวลา 10.00 น. โดยประมาณ

วันนี้บินมาปฏิบัติภารกิจที่ Malaysia ถือเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 2 เดือน ตอนอยู่เหนือเมฆท้องฟ้ายังสดใส แต่เมื่อลดเพดานบินลงครั้งนี้แปลกไป


ท้องฟ้ายังสดใส ยามเมื่อบินอยู่เหนือเมฆ ในระดับความสูง ที่หมอกควันพิษยังไม่สามารถส่งผลกระทบมากนัก

เพราะเมื่อมองไปนอกหน้าต่างก่อนเครื่องจะ Landing กลับเห็นแต่หมอกควัน ที่ลงหนา ภาพทิวต้นปาล์ม ที่ปกติจะเห็นยาวสุดสายตา กลับเห็นได้เพียงรางๆ และสัมผัสได้ถึงกลิ่นควันได้ตั้งแต่ก่อนออกจากเครื่อง รู้ได้ทันทีว่าออกไปด้านนอกได้สัมผัส PM 2.5 กันแบบเต็มๆ แน่


สภาพอากาศจริง เวลาราว 10.00 น. ที่ควรจะเห็นท้องฟ้าสดใส แต่กลับปกคลุมด้วยหมอกควันพิษ มีกลิ่นจางๆ

และก็เป็นไปตามคาด ออกจากสนามบิน มุ่งหน้าไปขึ้นกระเช้า Sky Way ที่ Genting Highland ทั้งเพื่อสำรวจสถานที่และดูสภาพอากาศจากมุมสูง ตลอดระยะทางเรียกได้ว่าเมืองดูอึมครึม ปกคลุมไปด้วยหมอกควัน


สภาพไม่ต่างกับเซี่ยงไฮ้ และหลายเมืองใหญ่ของจีน ที่ย้อนไปราวสิบกว่าปีตอนมลภาวะรุนแรง แทบมองไม่เห็นดวงอาทิตย์ ก่อนรัฐบาลจีนออกมาตรการในการแก้ไขปัญหา และส่งเสริมพลังงานสะอาดอย่างจริงจัง

และสภาพหนักกว่าเมืองไทยมากนัก แน่นอนว่าปัญหาไม่ได้มาจากแค่การก่อมลภาวะในประเทศ แต่ปัญหาไฟป่า และการเผาพื้นที่เกษตรในประเทศต่างๆ ก็มีส่วนเช่นกัน

เวลา 11.00 น. ระหว่างการเดินทางสู่ Genting Highlands ที่ควรแดดจัด แต่มองไม่เห็นแม้แต่ดวงอาทิตย์

ถึง Genting เพื่อมาขึ้นกระเช้า Skyway ทิวทัศน์ ที่เคยมองได้สุดลูกหูลูกตา ปกคลุมไปด้วยม่านสีเทา

ไม่ใช่แค่หมอกควัน แต่ยังรู้สึกได้ถึงการหายใจที่อาจไม่คล่องมากนัก เมื่อยู่กลางแจ้ง
"ย้อนมองประเทศไทย ... ร่วมใจผลักดัน"

อีกไม่เกิน 1-2 เดือน ปัญหาหมอกควัน จะเป็นกระแสในประเทศไทยอีกครั้ง เพราะหลายสาเหตุปัจจัย แต่ทำอย่างไร ที่เราจะไม่ต้องแค่นั่งบ่น แต่สามารถร่วมกันหาทางแก้ และผลักดันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง แน่นอนว่าปัญหานี้ไม่มีใครแก้ไขด้วยตัวคนเดียวได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน


นั่งกระเช้าลอยฟ้า Sky Way มองลงไปยังเมืองเบื้องล่าง ที่เห็นไม่ใช่หมอกฝน หรือลมหนาว แต่คือ "หมอกควัน" ปกคลุมทั่วเมือง

มองกลับไปด้านบน อากาศโปร่งกว่า แต่ก็ยังอึมครึม แต่ผู้คนก็ยังคงเนืองแน่น ในสถานที่ท่องเที่ยวประจำเมือง
"จะเป็นไปได้มั๊ย ใช้พลังงาน และนวัตรรมมาขับเคลื่อน"

เป็นความท้าทาย ที่ชวนเราตั้งคำถามและหาทางออกร่วมกัน ถ้าเรามองว่า เราจะทำพลังงานเพื่อทุกคน และนวัตกรรมเพื่อชุมชน เอาองคาพยพ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ กระทรวงพลังงาน กระทรวงการอุดมศึกษาและนวัตกรรมฯ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง เอกชน ประชาชน สื่อมวลชน สส. นักวิชาการ ปราชญ์ชาวบ้าน ฯลฯ มาขับเคลื่อนไปด้วยกัน เราจะทำอะไรกันได้บ้าง


คำถามที่น่าสนใจคือ "เราเรียนรู้อะไร" และ "สามารถทำอย่างไรให้ดีขึ้น" แม้จะไม่ทันที แต่ดีกว่าไม่เปลี่ยนแปลงใดๆ
สถานี Chin Swee Station จุดแวะพักยอดนิยม เพื่อเที่ยวชมเจดีย์ 9 ชั้น กลายเป็นเมืองในหมอก (ควัน) จริงๆ

"เริ่มต้นจากประชาชน แต่ทุกคนร่วมผลักดัน"

วันนี้ขอเกริ่นไว้ ถึงแนวคิดในการแก้ปัญหา ที่มาจากภาคประชาชน แต่ผู้กำหนดนโยบายและเราทุกคนร่วมกันผลักดัน อาจดูเหมือนไกลตัว และดูเหมือนฝัน แต่เราจะขอลองท้าทายผลักดัน เปลี่ยนจากภาพฝันให้เป็นจริง และฝากทุกท่านไว้ จะชวนทุกคนมาแสดงความเห็น พัฒนา และลงมือทำร่วมกันครับ


แน่นอนว่าปัญหานี้แก้ด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ แต่ถ้าเราทุกฝ่ายร่วมใจกัน อะไรก็ไม่เกินแก้ - โอฬาร วีระนนท์ -

บันทึกระหว่างการเดินทาง

บอม โอฬาร วีระนนท์

CEO and Co-Founder, DURIAN

www.bomolarn.com

Note: ตอนนั่งรถกลับสนามบินช่วงเย็น ผมลองวัดค่าอากาศจาก waqi.info

ดูค่า PM2.5 ทั้ง 3 เมือง คือ กรุงเทพ (ไทย), Putrajaya (มาเลเซีย) และ Pekanbaru (อินโดนีเซีย)

ผลออกมาเป็นเช่นนี้ครับ


ค่า PM2.5 ในวันที่ 22 กันยายน 2562 ณ Putrajaya เมืองสำคัญทางเศรษฐกิจ เมืองอื่นๆ ใกล้เคียง Unhealtht คือค่าที่วัดได้

PM2.5 วันที่ 22 กันยายน 2562 ณ Pekanbaru อีกศูนย์กลางเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ที่ประกาศปิดโรงเรียนในช่วงวิกฤตินี้แล้ว

ค่า PM 2.5 ของกรุงเทพ ณ​เวลานี้ ถือว่ายังอยู่ในระดับกลางดีกว่าหลายพื้นที่ แต่ถ้าไม่เตรียมตัว อีกไม่นานเราจะพบปัญหาแน่ๆ

#หมอกควันพิษ #ปัญหาใหญ่ต้องร่วมใจแก้

#EnergyForAll #พลังงานเพื่อทุกคน

#ประเทศไทยพัฒนาได้ถ้าร่วมใจกัน

Comments


bottom of page